ketchupp:)

APRIL TRUTH’S DAY

Posted on: April 1, 2009

Global Warming หรือจะสายเกินไป
เรื่อง > ปาริชาต รัตนสังข์

เมื่อก่อนเวลาได้ยินแคมเปญรณรงค์เรื่องโลกร้อน
ไม่ว่าจะให้ใช้ถุงผ้าเพื่อลดโลกร้อน หรือให้ลดใช้พลังงาน พวกเราเคยสงสัยกันมั้ยว่า
การกระทำแบบนั้นมันสามารถลดอุณหภูมิโลกได้ยังไง หรือมันเป็นแค่กระแสโลกเท่านั้น
จนเมื่อได้มีโอกาสไปทริปของอ.ยงยุทธ จรรยารักษ์
จึงค่อยเกิดพุทธิปัญญาขึ้น จริงๆ ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก
แต่ก็เหมือนความเข้าใจมันพอจะก่อตัวขึ้น ก็เลยอยากจะแบ่งปันกับเพื่อนๆ
ลองอ่านกันดูนะ
เริ่มแรก อาจารย์สอนว่า “เราจะรักสิ่งใดไม่ได้ ถ้าเราไม่รู้จักสิ่งนั้นก่อน
การทำความรู้จัก จะทำให้เราเข้าใจ และในที่สุดก็จะก่อให้เกิดความรัก”
คำสอนนี้ สามารถใช้ได้กับทุกอย่างบนโลก
ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องของความรักระหว่างหนุ่มสาวเท่านั้น
ทีนี้ เราก็เลยลองพยายามทำความเข้าใจกับคำว่า Global Warming ดู
ไม่รู้ว่าสิ่งที่เราคิดจะถูกหรือเปล่านะ ลองดูแล้วกันจ้า

ก่อนที่เราจะรู้จักกับ Global Warming หรือโลกร้อน
เราคงต้องมารู้จักกับสิ่งที่เราได้ยินได้ฟังกันมาตั้งแต่เป็นเด็ก
คำนั้นก็คือ ภาวะเรือนกระจก (Green House effect) เกิดจาก ไอน้ำ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซมีเทน
ซึ่งอยู่ในชั้นบรรยากาศ ทำหน้าที่ช่วยกักเก็บรังสีความร้อนไม่ให้แผ่ออกไปนอกโลก
ช่วยรักษาอุณหภูมิโลกให้อบอุ่นพอเหมาะพอดี
ต่อการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ
แต่ปัจจุบันมีการปลดปล่อยก๊าซดังกล่าวมากขึ้นจากการใช้พลังงาน
จากฟอสซิลหรือพลังงานที่เรารู้จักในชื่อน้ำมันนั่นเอง
ที่มาของการใช้พลังงานน้ำมันมาจากไหน ก็มาจากการใช้ชีวิตประจำวันของเรา
เริ่มจากการใช้พลังงานน้ำมันในการใช้รถ ไม่ว่าจะด้วยการคมนาคมขนส่งทั้งตัวเราไปยังสถานที่ต่างๆ
ขนส่งอาหาร หรือสินค้าต่างๆที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน (โดยเฉพาะหากการขนส่งนั้นๆ เกิดทางอากาศ
รู้ไหมคะว่าการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเครื่องบินระยะทาง 2,500 กิโลเมตร
ก่อให้เกิดการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 1.3
ตันต่อคนบนเครื่องบินและยังทำให้ปริมาณโอโซนในชั้นบรรยากาศลดลงอีกด้วย) การใช้น้ำมันในการผลิตกระแสไฟฟ้า
เพราะเราใช้ไฟฟ้าตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นยามหลับหรือยามตื่น ที่บ้านหรือที่ทำงาน การใช้สินค้าอุปโภคและบริโภคต่างๆ
เพราะสินค้าเหล่านั้นย่อมต้องมีการขนส่งจากแหล่งผลิตมายังโรงงาน
ใช้เชื้อเพลิงในการผลิต(ใช้เชื้อเพลิงโดยตรงหรือใช้กระแสไฟฟ้า)
และต้องขนส่งจากโรงงานมายังร้านค้าต่างๆ สิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้เรามีการใช้เชื้อเพลิงโดยทางอ้อม
เราจึงเป็นส่วนหนึ่งของการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สู่หลังคาบ้านของเรา
จากปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้โลกของเราเสมือนมี barrier
หรือชั้นห่อหุ้มโลกที่หนาขึ้น แถมผู้ช่วยใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างป่าไม้ของเราก็หายไปเกินครึ่ง
จากการตัดไม้ทำลายป่า โลกเราก็เลยร้อนขึ้นทุกปี โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 0.8 องศาเซลเซียสต่อปี
ผู้ช่วยที่สำคัญอีกแหล่งก็คือมหาสมุทรซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลก
แต่ปัจจุบันมหาสมุทรอาจไม่สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้
เนื่องจากปริมาณที่ถูกปลดปล่อยออกสู่บรรยากาศที่มากเกินไป
อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น 8 องศาเซลเซียส ดูแล้วไม่น่าจะเป็นตัวเลขที่มากมายอะไร แต่รู้ไหมว่า
การที่โลกร้อนสะสมมากขึ้น ทุกปีๆ มีผลอย่างไรบ้าง
จากหนังสือ ‘50 เรื่องต้องรู้ อยู่กับโลกร้อน’ ของสำนักพิมพ์สารคดี บอกเอาไว้ว่า
โลกร้อนไม่ได้แค่ทำให้อากาศร้อน มีคาดการณ์ไว้ว่า แต่ละองศาเซลเซียสที่เพิ่มขึ้น
ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงในธรรมชาติ

+1 องศาเซลเซียส โลกจะ พบกับภาวะขาดแคลนน้ำ น้ำท่วม และพายุ ที่สร้างความเสียหายบ่อยขึ้น

+2 องศาเซลเซียส ภายใน 20 ปีข้างหน้า สิ่งมีชีวิตกว่าร้อยละ 30 จะล่อแหลมต่อการสูญพันธุ์
ผลผลิตข้าวและธัญพืชลดลง

+3 องศาเซลเซียส ภายใน 30 ปีข้างหน้า ธารน้ำแข็งบนเทือกเขาหิมาลัยละลายหมด
ผลผลิตอาหารทั่วโลกลดลงต่อเนื่อง ปะการังตายทั่วโลก

+4 องศาเซลเซียส ภายใน 40 ปีข้างหน้า สิ่งมีชีวิตทั่วโลกสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ น้ำแข็งขั้วโลกละลายหมด
เมืองใหญ่ที่ติดชายฝั่งรวมทั้งกรุงเทพฯ จะจมอยู่ใต้น้ำ

เป็นอย่างไรบ้าง จะเห็นได้ว่าไม่จำเป็นที่เราจะต้องตายก่อนแล้วเกิดใหม่
เราถึงจะเห็นหายนะของโลก แต่มันจะเกิดในช่วงชีวิตของเรานี่แหละ
เราคงไม่ได้ตายเพราะอุกาบาตรพุ่งชนโลกเหมือนใน Deep Impact หรือว่าอุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว
ทำให้หนาวตายทั้งๆที่ยังมีอาหารอยู่ในกระเพาะเหมือนกับช้างแมมมอธ
แต่เราก็กำลังผจญกับภาวะโลกร้อนเหมือนใน Ice age
ถึงแม้ว่าเราจะหยุดการใช้พลังงานทุกอย่างบนโลกนี้
ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ห่อหุ้มโลกก็จะยังต้องใช้เวลาเป็นร้อยๆ ปีกว่าที่จะเบาบางลง
แต่มันคงไม่สาย ถ้าเราจะช่วยกัน ไม่ทำร้ายโลกมากไปกว่านี้
ด้วยการลดใช้พลังงานและใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่าที่สุด
แต่มันคือชีวิตของเรา โลกของเรา บ้านเพียงหลังเดียวของเรา
ถึงเวลาที่เราต้องช่วยกันแล้วล่ะค่ะ ที่เราจะต้องตระหนักถึงความเป็นจริง
เพื่อที่จะรักษาโลกให้เป็นมรดกที่สามารถส่งต่อไปให้แก่ลูกหลานของเราได้ในอนาคต

9 Responses to "APRIL TRUTH’S DAY"

ไม่รู้ว่าอนาคตของเราจะเป็นยังไงน๊ะค๊ะ…แต่มันก็คงจะดี

ถ้าทุกคน…ช่วยกัน

“เราจะรักสิ่งใดไม่ได้ ถ้าเราไม่รู้จักสิ่งนั้นก่อน”

แต่เราอ่ะ…เริ่มอยากรู้จักคุณแล้วหล่ะ^^

ผมชื่อ ฮิม ครับ
him_22@hotmail.com
ทำความรู้จัก แนะนำกันได้ครับ

คุณ..เชื่อ

ในรักแรกพบ..

รึป่าว..

ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง…คุณฮิม

^____^

เล่นเเบบนี้กันเลยหรอเนี้ย
หนุ่มสาว 555555555555555555555

ตอนนี้ เราเริ่มหลงรักการปลูกต้นไม้เเล้ว
เเละคงมีความสุขกับมันไปเรื่อยๆ
เห็นมันโตทุกๆวัน สนุกดีนะ😛

บางที เราก็ละเลย โลก มากเกินไป
คงถึงเวลาที่ โลก จะเอาคืน ..

น้องเราเสน่ห์แรงจริงๆ ^^

การทำความรู้จัก จะทำให้เราเข้าใจ

…..และในที่สุดก็จะก่อให้เกิดความรัก

ขอบคุณที่เอามาลงนะคะ

ดีใจจัง

ผมตั้งหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอบคุณ

ดีใจเช่นกันครับ

เอ๋….รักแรกพบมันก็มีจริง….รักเลื่อนลอยมันก็มีจริง….รักจริงๆๆมันก็มีอยู่…แต่ถ้าอยู่อย่างลำบาก(ชีวิตจริง)รักมันมันก็เท่านั้น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: