ketchupp:)

Archive for March 2007

การสร้างสรรค์

Posted by: ketchup on: March 31, 2007

ในโลกที่เราใช้ชีวิตอยู่ทุกวันนี้ล้วนเต็มไปด้วยนักสร้างสรรค์
พวกเราทุกคนมีคำว่า”สร้างสรรค์”อยู่ในมือ รอที่จะเอามาออกมา
แสดงให้คนอื่นได้เห็น ใช้ให้เกิดประโยชน์ หรือเอามาแปะตามที่ต่างๆ
การสร้างสรรค์สิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมานั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย
เพราะว่าการสร้างสรรค์จะต้องใช้ความคิดที่มีเอกลักษณ์
มีลักษณะเฉพาะตัวเพื่อที่เราจะได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆให้เกิดขึ้น
ผมอาจจะเป็นคนนึงที่ชอบสร้างสรรค์ แต่ว่ายังทำได้ไม่ได้พอ
อาจจะยังมีความคิดที่ริเริ่มอะไรได้มากมายนัก ก็เลยทำให้
สิ่งที่ผมสร้างสรรค์ออกมานั้นคล้ายคลึงกับนักสร้างสรรค์อื่นๆ
แต่เชื่ออย่างหนึ่งอย่างสนิทใจว่า
“everything is a copy of everything of everything…”
อิฐ,นิ้วกลม
ถึงแม้ว่าการสร้างสรรค์ของผมในตอนนี้อาจจะต้อง copy
มาจากงานของผู้อื่น แต่ผมเชื่อว่าในท้ายที่สุดผมก็ต้องได้พบกับ
รูปแบบการสร้างสรรค์ที่เป็นลักษณะเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผมเอง
สำหรับคนที่อยากที่จะคิดสร้างสรรค์
ผมขอแนะนำให้รีบลงมือทำโดยเร็ว
เพราะว่าเวลาที่มีค่าในชีวิตของเรา
มันมีวันหมดไป มันไม่ใช่พลังงาน
ที่ใช้หมดจะหาพลังงานอื่นมาทดแทน
หรือจะเอามันไปผสมปนเปกับสิ่งอื่น
แล้วนำมาใช้ใหม่ได้
“ถึงหากแม้ว่าการสร้างสรรค์ของข้าพเจ้าจะ
เป็นเพียงการผายลม อย่างน้อยื่สุดก็ย่อมดี
กว่าการสูดดมลมที่ผู้อื่นผายออกมาอย่าง
แน่นอน”
โกวเล้ง

ว่างงาน

Posted by: ketchup on: March 30, 2007

ตอนนี้ผมกำลังอยู่ในภาวะว่างงานหรือเรียกอีกอย่างคือ
ไม่มีอะไรจะทำ ความจริงความรู้สึกอย่างนี้มันไม่น่าจะเกิดขึ้น
กับมนุษย์ตัวเล็กๆที่มีอายุเฉลี่ยเพียง 60-70 ปีเท่านั้น
ซึ่งถือว่าเป็นเวลาที่น้อยทีเดียว
ผมรู้ว่าผมกำลังปล่อยเวลาที่มีค่าของชีวิตนี้
ให้หมดไปโดยไร้ประโยชน์ ไม่ทำให้อะไรดีขึ้นมา
แต่ผมก็ไม่รู้จะทำอะไรเหมือนกัน
รุ้สึกว่าจะหยิบจับอะไรที่เป็นประโยชน์
มันก็น่าเบื่อไปหมด ผมควรทำอย่างไรดี
ผมรู้น่ะว่าเราไม่ควรปล่อยเวลาให้ผ่านเลยไป
ใครมีไอเดียเจ๋งๆช่วยบอกผมหน่อยได้ไหม
ว่าทำอย่างไรให้ผมเวลาที่มีอยู่มันไม่สูญเปล่า

ตกหลุมรัก

Posted by: ketchup on: March 30, 2007

ผมว่าผมตกหลุมรักเธอเข้าซะแล้ว
เธออาจไม่ได้สวยเท่าที่อื่นๆ เธออาจไม่มีชื่อเสียงมาก
แต่ผมตกหลุมรักเธอตั้งแต่ที่เห็นครั้งแรก
ชื่อเธอคือ “หมาก” อาจจะไม่ไพเราะฟังดูแก่ๆไปหน่อย
แต่เชื่อเถอะว่าเธอสวยจริง ฮา ฮา
ผมตั้งตารอมาพบเธอนานมากแล้วป๊ากับแม่ก็อยากเจอเธอด้วย
เราต้องนั่งเรือข้ามทะเลประมาณชั่วโมงกว่าๆเพื่อมาพบเธอ
รู้ไหมมันไม่ง่ายเลยที่จะตามหาเธอเจอได้ ถ้าคุณไม่รู้จักเธอดีพอ
เธออาศัยอยู่กลางทะเล (มันเริ่มแปลกๆแล้วใช่ไหม)
ร่างของเธอขนาดไม่ใหญ่มากถ้าเทียบกับเพื่อนเธอที่อยู่ใกล้แถวนั้น
แต่เธอก็ยังใหญ่สำหรับคนตัวเล็กอย่างผมอยู่ดี
คุณต้องรู้สึกดีแบบผมแน่เลยถ้าได้ขึ้นไปอยู่บนตัวของเธอ ^^
มาดูรูปตัวเธอกันดีกว่า ผมเอามาไว้ให้ดูเล่นๆ

วันนี้ผมนั่งดูรูปภาพเก่าสมัยยังเป็นเด็ก
ครั้งเมื่อยังแก้ผ้า เดินร่อนไปร่อนมา
ภาพวันแต่งงานของป๊ากับแม่
ภาพวันแรกที่เข้าโรงเรียน
ภาพงานเต้นประกวดประจำปีของโรงเรียน
นั่งดูแล้วก็อดยิ้ม หัวเราะ และซึ้ง
กับภาพเก่าเหล่านั้นไม่ไหว
ไม่รู้ว่าภาพพวกนี้มันมีพลังวิเศษอะไร
ถึงทำให้คนที่ดูมันถึงมีอารมณ์คิดถึงวันเก่าๆ
แต่ความรู้สึกในวันนั้นคงไม่เหมือนวันนี้
วันที่หลายสิ่งหลายอย่างได้เปลี่ยนไป
ผู้คนหลายคนเหลือเพียงแค่ในภาพนั้น
ผู้คนหลายคนนิสัยเปลี่ยนไป กลายเป็นคนใหม่
หลายสิ่งดีขึ้นและแย่ลงตามกาลเวลา
มีแต่เพียงในภาพถ่ายที่ความรู้สึกในนั้น
ยังคงเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน
เราพยายามที่จะจดจำให้ได้ว่าเรารู้สึกอย่างไร
เราสนุกสนานแค่ไหน ตอนที่เราถ่ายภาพนั้น
เราเศร้าเสียใจแค่ไหนในตอนนั้น
ภาพเก่าถึงแม้ว่ามันจะเป็นความทรงจำที่ดี+ไม่ดี
ดูแล้วทำให้เรามีความสุข ทำให้เรายิ้ม+ร้องไห้
แต่มันก็คงไม่ทำให้เรารู้สึกดี+ไม่ดีเท่าตอนนั้นหรอก
แต่ถ้าเราเลือกที่จะดูภาพเก่าในความรู่สึกใหม่
มันก็คงจะทำให้เราได้สิ่งดี สิ่งใหม่ๆเข้ามาในชีวิตบ้าง
หวังว่าทุกคนจะใช้ความรู้สึกใหม่ในการดูภาพเก่านะคับ

โลกส่วนตัว

Posted by: ketchup on: March 27, 2007

เราทุกคนมีโลกส่วนตัวคนละหนึ่งโลก
อยู่ที่ว่าเราจะเปิดโลกของเราเพื่อเชื่อมต่อ
กับผู้อื่นหรือไม่ และการเปิดโลกของเรานั้น
เราต้องยอมรับที่จะให้ผู้คนมากหน้าหลายตา
ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินชีวิต
แม้ว่าคนที่เราเห็น เราจะไม่รู้จักเค้าคนนั้นก็ตาม
ที่เราติดต่อสื่อสารกันอยู่ทุกวันนี้
เพราะเปิดโลกของเราให้กว้าง ยอมรับสิ่งใหม่ให้เข้ามา
มันเป็นเรื่องดีน่ะ ที่เราจะได้รู้จักคนใหม่ๆทุกวัน
หรือได้อยู่กับคนรอบๆมากมายได้เห็นสิ่งต่างๆ
แต่ในบางครั้งเราก็ต้องการที่จะกลับไปอยู่ในโลกของตัวเอง
ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง อยู่กับสิ่งที่เราทำ อยู่กับสิ่งที่เราสนใจ
เพื่อที่จะให้โลกของเราเป็นเกราะป้งกันตัวเรา
จากสิ่งรบกวนต่างๆ เพื่อที่เราจะได้มีที่รักษาตัว
และพร้อมที่จะออกไปเจอกับโลกของผู้อื่น
โลกของคนที่เราไม่รู้จัก และปรับตัวให้เข้ากับโลกนั้นได้ดีขึ้น
โลกส่วนตัวของผมก็คงเป็นblogนี้
แต่ผมเลือกที่จะเปิดโลกของผมให้ผู้อื่นได้เข้ามา
ผมเลยได้มีโอกาสติดต่อกับคนใหม่ๆ ได้รู้จักเพื่อนใหม่
เพราะอย่างงั้นเราก็ต้องไม่ลืมที่จะมีโลกส่วนตัว
แล้วถ้าเรามีโลกส่วนตัว ก็ควรที่จะเปิดโลกส่วนตัวบ้าง
ไม่ควรปิดเอาไว้ตลอด การอยู่ในโลกส่วนตัวมากเกินไป
ก็จะทำให้เรารู้อะไรอยู่แค่ในโลกนั้น เท่านั้นเอง

หาย

Posted by: ketchup on: March 27, 2007

ไม่กี่นาทีที่ผ่านมาผมกำลังนั่งชื่นชม
กับเรื่องที่ผมเพิ่งเขียนเสร็จ
มันเป้นเรื่องที่ยาวพอสมควร
ผมเขียนมันโดยที่ผมไม่นึกว่า
ผมจะเขียนได้ยาวขนาดนี้
แต่แล้วอีกไม่กี่นาทีต่อมา
ความมืดเข้าปกคลุมบ้านผม
ไฟดับ!!! งานเขียนที่ผมเขียนไว้
ยังไม่ได้ลงให้ใครอ่าน
หายวับไปกลับไฟฟ้าที่หายไปด้วย
ผมไม่รู้ว่าจะตามหามันยังไง
ถ้าจะเขียนใหม่ก็คงได้ไม่เหมือนครั้งแรก
ผมก็เลยคิดได้ว่า ความทุกข์ผ่านไปช้า
ความสุขก็คงต้องผ่านไปเร็ว
คงไม่มีใครที่สามารถทำทุกสิ่งวทุกอย่าง
ให้เหมือนกับครั้งแรกที่ทำได้

ตู้รับจดหมาย

Posted by: ketchup on: March 24, 2007

เพื่อนบ้านทุกคนคับ
ตู้รับจดหมายที่ผมพึ่งซื้อมาใหม่นี้
มีไว้สำหรับให้เพื่อนบ้านที่อยากฝากข่าว
หรืออยากถามอะไรถึงเจ้าของบ้าน
อยากพูดคุยเรื่องไม่เป็นเรื่องกับเจ้าของบ้าน
หรือจะคุยเรื่องที่เป็นเรื่องก็ได้
อยากทำความรู้จักเจ้าของบ้าน
เชิญมาหย่อนจดหมายไว้ที่ตู้ใบสวยของผมได้เลยคับ

ป่วย

Posted by: ketchup on: March 24, 2007

เมื่อวานผมตื่นขึ้นมา ผมรู้สึกไม่มีเรี่ยวแรง
รู้สึกเจ็บคอและรู้สึกได้ว่าตัวร้อนผ่าวๆๆๆๆ
มันคงเป็นอาการของคนที่จะ”ป่วย”
“ป่วย”ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงป่วยทางความคิด
หรือป่วยใจแต่อย่างใด แต่เป็นแค่ป่วยกายเท่านั้น
ร่างกายที่อดหลับอดนอนมาหลายคืน
เริ่มรับสภาพไม่ไหวจึงส่งสัญญาณเตือนออกมา
ถ้าผมมีไฟติดอยู่ที่หน้าอกเหมือน อุตร้าแมน
ตอนนี้ไฟดวงนั้นคงเป็นไปกระพิบสีแดงอยู่แน่ๆ
มันหมายความว่าผมต้องรีบจัดการกำภาระกิจ
ให้เสร็จก่อนจึงจะกลับไปพักผ่อนได้
ผมจึงจะเข้ามาบอกเพื่อนบ้านทั้งหลาย
ที่ได้เข้ามาเยี่ยมเยียนอยู่บ่อยๆว่า
เนื่องจาเจ้าของบ้าน”ป่วย”(กาย)
จึงไม่สามารถมานั้งเล่าเรื่องให้ฟังได้
กลัวเพื่อนบ้านจะติดโรคจากเจ้าของบ้านไปด้วย
อาจจะหายไปสัก 2 วันถ้าหายดีแล้ว
จะรีบกลับมาเขียนโดยเร็ว
ระหว่างนี้ถ้ามีอะไรฝากถึงเจ้าของบ้าน
ก็หยอดใส่ตู้รับจดหมายใบสวยไว้ก็ได้
พึ่งไปซื้อมาใหม่ ^^
ขอตัวก่อนไม่ไหวแล้ว ต้องนอนพักแล้ว
แล้วจะรีบกลับมา ไอ!! ไอ!!….เจ็บคอมากๆ

หนังทำให้เสียน้ำตา

Posted by: ketchup on: March 19, 2007

1. Big Fish เป็นหนังเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพ่อกับลูกชาย
พ่อเล่าประสบณ์การต่างให้กับลูกฟังแต่ลูกไม่เชื่อ
หาว่าที่พ่อเล่ามีแต่เรื่องโกหก จนในที่สุด…
ผมเสียน้ำตาไปเยอะให้กับตอนจบที่ประทับใจผมมากๆ
2. Forrest Gump หนังเรื่องนี้ผมดูหลายรอบแล้ว
ทุกครั้งที่ดูผมก็จะเสียน้ำตาให้กับหนังเรื่องนี้ตลอด
ผมรู้สึกทึ่งในความมุ่งมั้นของForrest มาก
3. Cast Away ความโดดเดี่ยวที่อยู่คนเดียวบนเกาะร้าง
ความเหงาจนอยากจะบ้าตาย จนต้องเริ่มหาเพื่อนที่
สมมติขึ้นมาเอง…ความผูกพันธ์ ทุกสิ่งในเรื่องนี้
ทำให้ผมประทับใจมากๆ
ผมเชื่อว่าทุกคนต้องมีหนังสักเรื่องที่ทำให้เราเสียน้ำตาได้
บางคนอาจมองว่าผมเป็นคนที่อ่อนไหวง่าย
แต่ผมรุ้สึกว่าผมเข้าใจความรู้สึกที่ตัวละครในเรื่องกำลังสื่อ
ให้เราได้รับรู้มากกว่า
ถ้าใครมีหนังเรื่องที่ประทับใจก็บอกกันน่ะ
เผื่อผมจะได้ไปหามาดูบ้าง…

ประกาศ(2)

Posted by: ketchup on: March 19, 2007

หายไปหลายวัน…พอดีไม่รู้เป็นไรเข้าwordpressไม่ได้
ก็เลยไม่ได้เข้ามาเขียนให้ได้อ่านกัน
ความจริงแล้วผมก็อยากเข้ามาเขียนทุกวันน่ะ
แต่อาจเป็นเพราะผมมีความรู้น้อย รู้ในมุมแคบ
เลยทำให้ไม่ค่อยมีวัตถุดิบที่จะมาให้ปรุงแต่ง
ให้ได้ชิมกัน
ผมมีโรคประจำตัวอยู่โรคนึง
เป็นโรคขาดแรงบันดาลใจ ทำไงก็รักษาไม่หายสักที
แต่ว่าในอนาคตคงมียาดีที่รักษาโรคนี้ได้
แล้วจะพยายามเข้ามาเขียนบ่อยๆแล้วกันน่ะครับ


 

March 2007
S S M T W T F
« Feb   Apr »
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31  

Blog Stats

  • 15,553 hits

a