ketchupp:)

Archive for February 2007

เปื้อนฝุ่น:ชีวิตติดดิน

Posted by: ketchup on: February 24, 2007

มีหลายคนที่เคยบอกว่า”เราน่าจะลองไปใช้ชีวิตติดดินบ้าง จะได้รู้จักรสชาติของชีวิต”
ผมก็เลยตั้งในว่าเราก็น่าจะมีสักครั้งที่ออกจากชีวิตที่สุขสบายไปใช้ชีวิตที่ติดดินดูบ้าง
และแล้วผมก็ได้พบกับชีวิตติดดินไม่ใช่เพราะความบังเอิญ แต่อาจเป็นเหตุผลบังคับให้ผมต้องมาเจอ
อาจเป็นเพราะถ้าเราไม่เจอในตอนนี้ในอนาคตเราอาจจะไม่ต้องการเจอมันอีกก็ได้
การจะไปใช้ชีวิตติดดิดนั้นไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด
ชีวิตติดดิน มันเริ่มตั้งแต่ตอนผมไปถึงที่นั้น
เมื่อผมก้าวลงรถสัมผัสพื้นดินปนทราย
มีฝุ่นฟุ้งมาปะทะใบหน้าผม
ผมก็รู้สึกถึงการความไม่สบายที่รออยู่ในอนาคต
แต่ผมก็คิดอยู่แล้วว่า ถ้ามาที่นี่คงไ ม่มีคำว่า สบาย
เมื่อมาอยู่ที่นี่ผมเพิ่งรู้ว่า นอนกลางดินกินกลางทราย เป็นอย่างไร
“นอนกลางดินเพื่อสร้างนิสัยที่ดีให้กระดูกสันหลังที่เรื่มเคยชินกับความสบาย
กินข้าวกับทรายที่ลอยมาตามสายลมเพื่อให้รู้ว่ามีอีกหลายอย่างในโลกที่กินได้”
ผมใช้ชีวิตอย่างนั้นอยู่ 3 วัน 2 คืน
เสื้อผ้าชุดเดิมที่สวยขึ้นเมื่อเปลี่ยนเป็นสีเดียวกับพื้นดิน
บางครั้งถ้าเราได้ใกล้ชิดธรรมชาติบ้างก็จะรู้ว่าธรรมชาตินั้นสวยงามกว่าที่เราคิด
และแล้ววันเวลาก็ผ่านไปเร็วเหมือนโกหก 3 วันผ่านพ้นไป
ผมเดินทางกลับสู่ชีวิตแบบเดิมๆที่สุขสบาย
เมื่อผมกลับมาถึงผมรู้สึกว่า ผมไม่เหมือนเดิม
ผมรู้สึกว่าผมนั้นได้ วัคซีน มาจากชีวิตติดดิน
ผมไม่กลัวว่าถ้าในอนาคตต้องลำบาก
ไม่กลัวการไปนอนกลางดินกินกลางทรายอีกต่อไป
มาถึงในตอนนี้ผมรู้แล้วว่าการได้ใช้ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตที่ถึงแม้มันจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ
ไปกับการใช้ชีวิตติดดินนั้น มันทำให้ได้มุมมองที่หลากหลายขึ้นเยอะ
แล้วคุณจะเลือกแบบไหน?
ระหว่างชีวิตที่มีวัคซีน กับชีวิตที่ไม่มีวัคซีน

ไม่มีอะไร

Posted by: ketchup on: February 22, 2007

ตื่นแต่เช้า
แปรงฟัน อาบน้ำ แต่งตัว
กินข้าว ไปโรงเรียน
เข้าแถวเคารพธงชาติ
เข้าห้องเรียน  เรียนหนังสือ
พักเที่ยง
ซื้อข้าว กินข้าว กินขนม
เข้าห้องเรียน เรียนหนังสือ
เลิกเรียน
กลับบ้าน อาบน้ำ ดูทีวี
เล่นคอม นอนหลับ
….กลับไปอ่านบรรทัดแรกใหม่…
ในเวลาที่ไม่มีอะไร
ถ้ามองให้ดี
ก็จะเห็นว่ามีอะไร 

ประกาศ(1)

Posted by: ketchup on: February 21, 2007

เนื่องจากช่วงนี้กำลังใกล้ปิดภาคเรียนแล้ว
ทางเราจึงมีงานที่หมักหมมไว้นานปีต้องเร่งทำให้เสร็จ
จึงไม่ค่อยมีเวลาจะมา up Blog
ขอประกาศไว้ ณ Blog นี้ด้วย

Soulmate

Posted by: ketchup on: February 14, 2007

แต่ว่าตอนนี้เธออยู่ที่ใดบนโลกนี้
ที่มันช่างกว้างใหญ่
และฉันยังคงต้องรออีกนานเท่าไหร่
กว่าจะพบคนนั้นที่รออยู่
คู่แท้ที่จะเข้ามาเปลี่ยน
ชีวิตคนธรรมดาคนนี้
ให้ไม่ต้องเหงาอีกต่อไป
คุณเชื่อเรื่องคู่แท้ไหม?
เมื่อคืนผมดูรายการ”คนค้นคน”(ทำไมแป้นคีบอร์ดไม่มี ค.คน)
รู้สึกว่าชื่อตอนจะชื่อว่า”คำมั่นสัญญา”
เป็นเรื่องของตายายคู่หนึ่ง
ที่คุณยายช่วนเหลือตัวเองไม่ได้ต้องให้คุณตาคอยช่วยเหลือ
คุณตาคอยทำทุกอย่างโดยไม่ขาดตกบกพร่องเลยน่ะ
แล้วแถมยังพาคุณยายไปนั้งรถเล่นอีก
รู้ไหม?
ผมดูแล้วผมนึกถึงว่าในโลกนี้จะมีใครที่ยอมทำเพื่อคนรักมากขนาดนี้อีกหรอ?
มีประโยดนึงที่คุณตาพูดออกมาว่า”จะดูแลยายไปจนกว่าตาจะไม่มีลมหายใจ”
อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้คุณตายอมที่จะทำทุกอย่างเพื่อคุณยายขนาดนี้
เพียงแค่ลมปากที่เป็นคำมั่นสัญญาเท่านั้นหรอ ที่ทำให้คนเรายอมทำทุกอย่างเพื่อคนที่เรารัก

“เคยได้ยินไหมที่ใครคนหนึ่ง เคยบอกว่ารัก
เป็นดังรองเท้าคู่หนึ่ง บางทีก็ดูคับเกินไป
บางทีไม่เหมาะสมกับฉันสักเท่าไหร่…”
บางครั้งการที่เราจะเลือกรักใครสักคน
ก็เหมือนกับการที่เราเลือกรองเท้า
ถ้าเราเลือกได้รองเท้าที่ถูกใจเราก็จะใส่สบาย
แต่ในทางกลับกันถ้าเราเลือกรองเท้าที่คับไป
หรือหลวมจนเกินไปก็จะทำให้อึดอัดหรือหลวมๆ
ความรักก็เลยเหมือนกับรองเท้า……
ถ้าเราผูกมัดกันมากเกินไปก็จะเหมือนกับรองเท้าที่คับ
อาจะกัดเราจนเป็นแผล…
ถ้าเราเลือกที่จะปล่อยอีฝ่ายอย่างอิสระเกินไปก็จะเหมือนรองเท้าที่หลวม
อาจจะหลุดหายไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้…
รองเท้าที่เราถูกใจ มันอาจจะต้องใช้เวลาในการค้นหา
มันอาจจะเหมือนและต้องดูอยู่นานกว่าจะตัดสินใจซื้อ
แต่ถ้าเราได้รองเท้าคู่นั้นมาแล้ว ก็ควรที่จะรักษารองเท้า
คู่นั้นไว้ให้ดี อย่าใช้งานจนรุนแรง หรือใส่แล้วก็ไม่สนใจใยดี
ขอให้เจอรองเท้าที่ถูกใจเร็วๆ ข้อความตอนขึ้นเรื่องเป็นเพลงน่ะ
แต่ผมจำไม่ได้ว่าเป็นเพลงชื่ออะไร ถ้าใครรู้ก็บอกกันบ้างล่ะ
อยากฟังอีกสักครั้ง
หมั่นซักรองเท้าของตัวเองบ้างหล่ะ บางทีรองเท้าที่เราว่าไม่ชอบ
มันอาจเป็นรองเท้าที่เรากำลังตามหาอยู่ก็ได้

มีหลายสิ่งหลายอย่างที่อยู่บนโลกใบนี้
ที่มันกำลังค่อยๆเจริญเติบโตขึ้นที่ละน้อย
ก็เหมือนกับ”Blog”นี้
คงไม่ค่อยมีใครรู้ว่าการได้เห็นคนที่เข้ามาอ่าน
ข้อความที่เราเขียนแล้วเขียนบอกความคิดเค้า
โต้ตอบกับเราผ่านทางพื้นที่ขนาดประมานไม่กี่GBนี้
มันทำให้ใครคนนึงยิ้มได้เมื่อมองผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยมนี้
เมื่อได้เห็นข้อความที่ทุกคนเขียนโต้ตอบมา
ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการเจริญเติบโตที่ละน้อย
แต่มันก็ช่วยให้ผมได้มีแรงเขียนต่อไป
ขอบคุนสำหรับทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมเยียนกัน
และผมจะตั้งใจเขียนต่อไปให้ดีที่สุด^^

ความทรงจำในตอนเด็ก(2)

Posted by: ketchup on: February 11, 2007

ขนมในวัยเด็ก
ตอนเด็กๆผมอาศัยอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด บ้านที่ผมอยู่ค่อนข้างห่างจากเมือง
จึงมีกลิ่นอายความเป็นลูกทุ่งโชยไปทั่ว ถ้าบ้านใครอยู่ต่างจังหวัดก็จะพอนึกออก
ทุกวันจะมีรถที่เอาของจากตลาดมาขายแถวบ้านและจะมีรถขายไอติม
ถ้าผมจำไม่ผิดน่ะตอนนั้นเค้สเรียกว่า“ไอติมตัด” ลักษณะของเจ้าไอติมคือ
เป็นสีเหลี่ยมผืนผ้ายาวๆ เวลาซื้อก็จะมี 2 ราคา ถ้าซื้อ 10 บาทก็จะได้ทั้งอันเลย
แต่ถ้าซื้อแค่ 5 บาทก็จะได้แค่ครึ่งเดียว เวลาขายก็เลยต้องตัดแบ่ง
นั้นคงเป็นที่มาของ“ไอติมตัด” จำได้ว่าเวลาที่รถไอติมมาเด็กแถวๆนั้น
ก็จะวิ่งรุมกันเข้าไปซื้อ จนคนขาย ขายไม่ทันเลย ห้าห้า
มันคงเป็นภาพความสับสนวุ่นวายที่ดูแล้วมีความสุขที่สุด
และภาพเหล่านั้นคงหาดูไมได้อีกแล้ว หรือเป็นเพียงความทรงจำในวัยเด็ก
วันเวลาที่ผ่านไปเรื่อยๆทำให้หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปมากมาย
เพราะฉะนั้นเราควรเก็บความทรงจำที่มีค่าไว้ตลอดกาล
และถ้าอยากให้สนุกขึ้นอีกก็มาเล่าความทรงจำในวันเด็กสู่กันฟังบ้าง
ลาก่อน“ไอติมตัด”……จะเก็บไว้ในความทรงจำเสมอ

365 วัน…

Posted by: ketchup on: February 5, 2007

วันนี้ผมได้มีโอกาศไปดูหนังสารคดีเรื่องแรกในชีวิต
พอหนังเริ่มก็งงนิดหน่อยว่าหนังสารคดีเค้าเริ่มกันแบบนี้เลยหรอ?
พอดูไปได้สักพักรู้สึกว่าหนังสารคดีมันก็สนุกดีเว้ย!
มันเป็นอะไร ที่ดูเรียบง่ายไม่ต้องเติมแต่งไม่ด้องจัดฉาก
แต่มันเกิดขึ้นมาจากตัวตนที่แท้จริงของนักแสดงเอง
มาถึงเนื้อหาของหนัง ผมรู้สึกว่าเป็นหนังที่ทำออกมาเนื้อหา
ค่อนข้างโดนใจของคนหลายๆคน เพราะมันเป็นเรื่องที่
เด็กไทยต้องเผชิญ และก้าวผ่านมันไปทุกคน
ในหนังมีบทสนทนาอยู่บทหนึ่ง ผมอาจจะจำได้ไม่ถูกเป๊ะๆน่ะ 
“ถ้าในอนาคตมึงกลายเป็นนายกฯ ส่วนกูเป็นยามมึงจะมานั่งกินเหล้ากับกูป่าวว่ะ?”
ผมว่ามันเป็นคำถามที่ดีทีเดียว มันสื่อความหมายได้ในหลายมุม
และที่สำคัญมันเป็นประโยคที่กินใจเหลือเกิน ตรงกับความเป็นจริง
ผมว่าหนังเรื่องนี้ใครที่อยากระลึกถึงวัยก่อนEnt
หรือผู้ปกครองที่มีลูกกำลังจะEntควรไปดูอย่างยิ่ง
จะได้เข้าใจว่าจริงๆแล้ว “เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย”

ความทรงจำในตอนเด็ก(1)

Posted by: ketchup on: February 4, 2007

ในตอนนี้หลายๆคนคงจะลืมไปแล้วว่าตอนเด็กของเราเป็นยังไง?
ผมก็เริ่มที่จะลืมมันไปบ้างแล้ว…..แต่วันนี้ผมนึกถึงชีวิตวัยเด็ก
ก็เลยว่าจะกลับไปตามหามันบางทีอาจจะได้อะไรดีๆกลับมาบ้าง
มาเริ่มกันที่สิ่งแรกที่ผมอยากจะตามหา
ของเล่นที่เราเคยเล่นในตอนเด็ก?
เมื่อวันก่อนผมไปเดิมแถวๆ วรจักร ผมเจอกับบางสิ่งที่ผมคิดว่ามันยังมีอยู่บนโลกนี้อีกหรอ?
ผมได้เจอกับตุ๊กตายางที่แถมมากับขนมถุงละ 5 บาทที่ผมซื้อในตอนเด็กผมก็อธิบายไม่ถูกว่าเป็น
ยังไง แต่ที่แน่ๆมันนานเกินกว่า 10 ปีแน่ๆ ห้า!ห้า!ห้า! พอเห็นแล้วนึกถึงตอนที่เล่นของเล่นกับน้อง
“ของกูเป็นมด X แล้วเมิงเอาตัวนี้ไป รู้จักป่าว? อุนตร้าแมนทาโร่อ่า มามาเอามาสู้กานแปลงร่าง”
ก็จะเป็นอารมณ์ประมาณนี้มั้ง? (ต้องขออภัยที่ใช้คำไม่สุภาพ…แต่เพื่อความมันส์ในอารมณ์ ^^)
ของเล่นอีกอย่างที่ผมนึกออก LEGO ทุกๆคนคงจะเคยเห็นและเคยได้สัมผัสกันมาบ้าง
ผมได้โอกาศสัมผัสของเล่นนี้เพราะว่า แม่ของผมไปฮ่องกงแล้วไม่รู้จะซื้ออะไรมาฝากมั้ง?
ก็เลยซื้อเจ้าอิฐพวกนี้มาให้เล่น ผมว่าคนที่คิดค้นของเล่นLEGOขึ้นมานั้น เป็นบุคคลที่เหมาะสม
แก่การยกย่องมาก เพราะเค้าคนนั้นเป็นคนเปิดโลกกว้างให้เด็กได้มีจินตนาการที่กว้างไกล
รู้สึกว่าวันแรกที่ได้ของมาผมกับน้องเห่อมากเล่นกันทั้งคืนเลย เล่นทุกวันเลย ต่อเป็นบ้านมากมาย
มันมากตอนนั้น แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าของพวกนั้นหายไปไหนหมดแล้ว…รู้สึกเสียดายจริงๆ
วันนี้ก็พอแค่นี้ก่อน แล้วไว้มาตามหากันใหม่
สำหรับใครที่เสียดายความทรงจำในตอนเด็ก ผมแนะนำให้รีบออกตามหาเลย
ก่อนที่จะความทรงจำนั้นจะสลายไปกับกาลเวลาจนทำให้ไม่สามรถตามกลับมาได้
แล้วก็เอาความทรงจำมาเล่าสู่กันฟังบ้างหล่ะ ^^

คุณค่า…ในตัวเอง

Posted by: ketchup on: February 1, 2007

หลายคนเคยบอกว่าชีวิตนั้นไร้ค่า บางคนถึงกับคิดจะฆ่าตัวตายเพราะไม่รู้จะอยู่ไปเพื่ออะไร
แต่รู้ไหมว่าทุกสิ่งที่เกิดมาบนโลกนี้มันก็ต้องมีคุณค่าในตัวของมันเอง อย่างเช่น
ไส้เดือน   ไส้เดือนคอยช่วยย่อยสลายพวกใบไม้ ช่วยพรวนดินทั้งๆที่ความจริงแล้ว
มันอาจไม่ได้ตั้งใจที่จะช่วยทำประโยชน์อะไรหรอก มันก็มีชีวิตไปเรื่อยๆของมันอย่างนี้แหละ
แต่การมีชีวิตอยู่ของมันทำให้เกิดประโยชน์แก่สิ่งรอบตัวที่อยู่ข้างๆมันได้ไม่มากก็น้อย
เพราะฉะนั้นสำหรับคนที่คิดว่าชีวิตนั้นไม่มีคุณค่านั้นก็คงต้องเปลี่ยนความคิดของตัวเองใหม่ซะแล้ว
ขนาดไส้เดือนที่ตัวเล็กนิดเดียวยังมีประโยชน์ได้เลย นับอะไรกับเราที่ตัวใหญ่กว่า ฉลาดกว่า
แข็งแรงกว่า และก็หน้าตาดีกว่า……(อันหลังนี้ไม่เกี่ยวใช่ไหม ^^)
หรือว่าคุณไม่คิดแบบนั้น??


 

February 2007
S S M T W T F
« Jan   Mar »
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
2425262728  

Blog Stats

  • 16,267 hits

a